บทที่ 9 อาหารค่ำ

ตอนที่ 9  อาหารค่ำ

ผมนอนมองนาฬิกาดิจิตอล ที่ตั้งอยู่ภายในห้องของลูกชาย ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว แต่อีวานยังไม่กลับเข้าบ้าน ทั้งที่เมื่อช่วงเช้าเขาได้ให้สัญญากับลูกชายว่าจะรีบกลับมาอ่านนิทานให้ลูกฟัง แต่พ้นเวลานัดมาร่วมสองชั่วโมงแล้ว ล้อรถของอีวานยังไม่แล่นกลับเข้ามาจอดในที่เดิม  แต่ไหนแต่ไรมาผมเกลียดคนผิดนัด ผิดเวลามากที่สุด และอีวานรู้เรื่องนี้ดี ยิ่งกับลูกด้วยแล้วอีวานไม่เคยผิดสัญญากับคาลวินแม้แต่ครั้งเดียว

ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง เสียงข้อความแจ้งเตือนดังมาจากโทรศัพท์มือถือที่ผมไม่ค่อยได้ใช้งานมันมาสักพักใหญ่ ผมเอื้อมมือออกไป รีบกดปิดเสียงการแจ้งเตือน เพราะกลัวว่ามันจะดังรบกวน จนทำให้ลูกชายที่เพิ่งหลับไปตื่นขึ้นมา

อีวาน : *** ส่งรูปภาพ ***

สิ่งผิดปกตินี้ดึงมุมปากผมให้ขยับยกขึ้น ปลายนิ้วเลื่อนปัดหน้าจอ เปิดดูภาพวาบหวิวของอดีตสามี กำลังนอนนัวเนียอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง  ซึ่งเมื่อเช้านี้ ยังร่วมโต๊ะกินกาแฟอยู่ด้วยกันที่บ้าน

“ฮึ...คิดว่าจะมีแต่ที่เมืองไทยซะอีก ไม่คิดว่าที่นี่ก็มีคนปัญญาอ่อนยังใช้มุกนี้”

ครูซ : ขอโทษทีนะครับคุณจีน ที่ส่งแชทมากลางดึก // เจ้าของร่างขาว เปลือยกายเดินมานั่งลงบนเตียงนอนข้างอีวานที่นอนแก้ผ้าถ่างขาอวดไข่ใหญ่โต หน้าคมอย่างคนฝรั่งสัญชาติรัสเซียเอียงซบลงไปบนหมอนหนุนใบใหญ่ ดูมาดูไปเหมือนเขากำลังหลับฝันดี

จีน : ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือ  

ครูซ : คืนนี้ อีวานคงไม่ได้กลับไปเล่านิทานให้ลูกชายของคุณฟังแล้วล่ะ

จีน : เรื่องนั้นคุณสบายใจได้ ต่อให้ไม่มีอีวาน ผมก็มีปัญญากล่อมให้ลูกชายนอนหลับได้สบายๆ ผมว่าตอนนี้คุณห่วงตัวเองเถอะครับ... // ผมขยับยิ้มจุดประกายมันไว้ตรงมุมปาก อย่างรู้เท่าทันอุบายตื้น เหมือนน้ำขังข้างถนน เวลาท่อระบายน้ำตันเต็มไปด้วยขยะ ไม่รู้ว่าคนพวกนี้ชอบดูละครหลังข่าวฝั่งเมืองไทย หรือว่ายังไงทำไมถึงได้คิดอุบายอะไรน้ำเน่า ได้อย่างน่าสมเพชขนาดนี้

ครูซ : ห่วงผม...อย่างนั้นเหรอ?

จีน : ครับ...ผมห่วงคุณมากกว่า แล้วนี่อีวานเขาหลับไปนานแค่ไหนแล้วครับ // ผมมองเข้าไปยังหน้าจอโทรศัพท์ของผัว ที่ถูกคนอื่นนำมาใช้โทรวิดีโอคอลหาผม ตรงกลางหว่างขานั้นท่อนเนื้อใหญ่อ่อนตัวนิ่มพับหักพิงหน้าขาขาว

ครูซ : เขาเพิ่งหลับไปเมื่อสักครู่ คงเพลียน่ะครับ

จีน : ฮ่า ฮ่า ฮ่า อย่างนั้นเหรอ...อะแฮ่ม // ผมกลั้นขำเอาไว้ไม่ไหว จนเผลอหัวเราะเยาะคนเขลาขึ้นมาในที่สุด ดูเหมือนเวลานี้ผู้ชายชื่อครูซจะเริ่มหงุดหงิดและเสียความมั่นใจลงไปพอสมควร ส่วนหนึ่งอาจเพราะผมไม่ได้ร้องเล่นเต้นไปตามเกมอันน่าขันนี้

ผมเป็นเมียอีวานมาสองปี ถึงจะไม่นานมากนัก แต่นั่นทำให้ผมรู้จักรสนิยม ความชอบ ความพอใจและลักษณะอุปนิสัย ความเคยชินของอีวานดี อีวานไม่เคยนอนหลับคอพับไปหลังจากเสร็จกิจ คนหื่นกาม เซ็กส์จัด บ้าพลังอย่างพ่อมาเฟียเอวดุ ไม่เคยยอมสงบหลังจบศึกแค่คราวเดียว และอีวานไม่เคยนอนทั้งที่ตัวแห้งไร้เหงื่อไคล ผ้าห่ม ผ้านวม ที่นอนเรียบแปล้ ตึงเปรี๊ยะอย่างนี้ ยิ่งไม่ใช่นิสัยของอีวาน

ครูซ : ดูคุณไม่แปลกใจเลยนะที่เห็นเราสองคนอยู่ด้วยกัน หรือว่า...เขานอนกับคนอื่นบ่อยเหรอ // หัวคิ้วของครูซขมวดเข้าหากันเล็กน้อย หางตาปรายมองไปยังร่างเปลือยด้านหลัง

จีน : อันนี้ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าลับหลังผม...เขาแอบไปนอนกับใครมาบ้าง

ครูซ : เห็นคุณยิ้ม...หัวเราะได้แบบนี้ ผมค่อยสบายใจหน่อย ทีแรกคิดว่าคุณจะร้องไห้ตีโพยตีพายเหมือนพวกคนส่วนใหญ่

จีน : วางใจเถอะครับ...เพราะผมน่ะ จัดอยู่ในประเภทคนส่วนน้อย อีกอย่างน้ำตาของผมมันไม่ได้มีเอาไว้สำหรับการคร่ำครวญเพื่อผู้ชายคนเดียว 

ครูซ : ถ้าอย่างนั้น...ตอนนี้ผมไม่รบกวนเวลาของคุณดีกว่า เพราะผมเองก็อยากพักผ่อนเหมือนกัน

จีน : อ่อ ถ้าอย่างนั้นผมรบกวนอะไรคุณครูซสักหน่อยได้มั้ยครับ

ครูซ : อะไรเหรอ

จีน : ถ้ายานอนหลับของคุณหมดฤทธิ์เมื่อไหร่ แล้วอีวานฟื้นขึ้นมา อย่าลืมให้เขาดื่มน้ำมากๆ นะครับ ส่วนคุณเอง ระวังตัวด้วย อีวานน่ะเขาไม่ได้โง่....  

พลั่ก! กล้องโทรศัพท์มือถือตัดภาพหายไป เปลี่ยนเป็นมุมสูงของเพดานห้องสีขาว จากนั้นผมได้ยินเพียงเสียงเนื้อกระทบกันดัง ผัวะ ผวะ ตุบ ตั้บ กับเสียงโอดครวญชวนให้เจ็บปวด ไม่ต้องมองเห็นภาพ มันก็เดาได้ไม่ยากว่าอีกฟากหนึ่งนั้นกำลังเดินเรื่องน่าตื่นเต้นอะไร 

ผัวะ!

“ฉันไม่ชอบคนเล่นสกปรก” เสียงทุ้มเหี้ยมเกรียมลอดเข้ามาให้ผมได้ยิน เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ ถ้าอีวานมันโง่จนถึงขนาดยอมให้คนวางยาได้ ก็ไม่คู่ควรกับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งมาเฟีย

“คุณไม่ได้หลับเหรอ” 

“หลับเหรอ หลับด้วยแผนโง่ๆ ของนายกับเฮมิซเนี่ยนะ รู้อะไรมั้ย ไอ้มุกนี้ฉันเจอมาเยอะ เสียจนเริ่มเบื่อซะแล้วล่ะ”

ผัวะ!

“อ๊ากกกก อีวานนนนน”

“โทษฐานที่ทำให้ฉันเสียเวลา กลับไปอ่านนิทานให้ลูกฟังไม่ทัน”

“อ๊ากกกก อ๊ากกกก อ๊ากกกก” เสียงร้องโหยหวนน่ารำคาญ จนผมตัดสินใจกดปิดสัญญาณ แล้ววางสายเพราะกลัวจะทำให้ลูกตื่น พอดีเวลากับแสงไฟ และเสียงรถยนต์คันหนึ่งเคลื่อนเข้ามาจอดตรงบริเวณหน้าบ้าน ในคืนเงียบที่หิมะเริ่มตกโปรยปรายลงมา

“ดึกขนาดนี้แล้ว นายยังไม่นอนอีกเหรอจีน” เฮมิซยิ้มร่า เดินขึ้นมาตามบันไดกลาง ขณะที่ผมตัดสินใจเปิดประตูออกมายืนดูปฏิกิริยาของคนโง่ ที่คงยังไม่รู้ว่าตอนนี้แผนชั่วถูกเปิดโปงแล้ว

“ผมกำลังรออีวานกลับบ้านน่ะ” 

“ไม่ต้องรอหรอก เพราะคืนนี้อีวานคงไม่ได้กลับมา”

“เมื่อเช้า...พวกคุณสามคนออกไปดูโรงงานเบียร์ด้วยกันนี่ครับ แล้วนี่คุณครูซ...ไปไหนซะล่ะ”

“อ๋อ เราสามคน ชวนกันไปดื่ม ครูซกับอีวานดูเหมือนเขาสองคนจะคุยกันถูกคอ เลยขอตัวไปต่อกันที่อื่นน่ะ”

“อย่างนี้เอง”

“แล้วอีวานไม่ได้...โทรบอกนายเหรอ”

“เขาโทรมา...แต่เราไม่ได้คุยกัน”

“อ๋อ คงยุ่งกันอยู่สินะ”

“ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น...”

"ป่านนี้ สองคนนั้นคง กำลัง...มีความสุขกัน"

“ใคร...เป็นคนลงมือ” ผมขยับมายืนขวางอยู่กลางบันไดใหญ่ สายตาจับนิ่งมองลงไปยังคนที่ยืนเยื้องถัดบันไดไปสองสามขั้น

“ลงมืออะไร?”

พลั่ก!  ครึก  ครึก  ครึก  โครม!  ผมยกเท้าง้างถีบเข้าไปเต็มยอดอก ฝรั่งตัวใหญ่ที่ไม่ระวังตัว พลัดกลิ้งตกบันไดลงไปหัวคะมำอยู่บนชั้นลอยพักกลางระหว่างบันไดใหญ่

“จีน!” ไอ้คนถูกถีบลุกขึ้นมาง้างหมัดพุ่งเข้าใส่ผม

กริ๊ก กริ๊ก กริ๊ก เสียงปลดเซฟปืนจากบอดี้การ์ดของอีวาน ร่างสูงในมุมมืดขยับออกมายืนประจันเรียงหน้ากระดานกันจนเต็มแผง ปลายกระบอกปืนสีดำหันพุ่งมุ่งไปยังญาติผู้น้องที่กำลังแหงนคอง้างหมัดรอพุ่งใส่ผม

"นี่นาย..."

“ครั้งก่อนที่โดยตบไป ไม่หลาบ...ไม่จำเลยใช่มั้ย เห็นทีผมคงต้องทำอะไรที่มันจริงจังกว่านี้แล้วสิ”

“นายจะทำอะไร”

“ให้อาหารจระเข้...”

ผมเดินเข้าไปเรียกให้พี่เลี้ยง สองคนเข้าไปนอนเฝ้าลูก ขณะที่ผมไม่อยู่เพราะต้องคอยคุมเข้ม การให้อาหารมื้อพิเศษสัตว์เลี้ยงผัวเก่า บอดี้การ์ดสี่คนช่วยกันจับญาติอีวานผูกโยงมัดมือมัดตีน แล้วยัดเข้าไปในกรงเหล็ก

“นายคิดว่าฉันจะกลัวเหรอ”

“ไม่...ไม่เลย...ผมรู้ว่าคุณคง...ไม่กลัวหรอก”

บอดี้การ์ดคนหนึ่งนำเสื้อโค้ตมาสวมทับให้ผมก่อนจะก้าวเท้าออกไป เพราะด้านบนปากบ่อสำหรับเลี้ยงจระเข้ใหญ่ มันจำเป็นต้องเดินออกไปนอกตัวบ้าน โดมกว้างมุงหลังคาครอบไว้ด้วยกระจกหนาป้องกันลม ฟ้า อากาศหนาวได้ในเบื้องต้น ระเบียงทางเดินยกสูงจากพื้นราวสองเมตรเป็นจุดชมวิวการให้อาหารสัตว์เลี้ยงอันพอเหมาะ พอดี กรงเหล็กด้านในมีญาติสามีถูกมัดเอาไว้ รอบกรงผูกติดด้วยไก่สดสลับกระดูกซี่โครงอ่อนของหมูมัดห้อยติดเป็นพวง กรงใหญ่ถูกบอดี้การ์ดและคนดูแลบ่อจระเข้ถีบร่วงลงไปยังส่วนที่เป็นน้ำตื้นลึกเพียงตาตุ่ม พื้นที่ตรงนี้มีไว้ให้จระเข้ขึ้นมานอนอาบแดดในวันที่บรรยากาศดี

“อ๊ากกกกก”

เสียงกรีดร้องของคนที่นอนขดตัวสั่นอยู่ภายในกรงที่มีจระเข้เขี้ยวโง้วยาวสามสี่นิ้ว จำนวนสี่ตัว พุ่งเข้าไปยื้อยุดฉุดแย่งกินเนื้อสดๆ รอบด้าน แม้เนื้อสดเหล่านั้นจะถูกดึงถูกเลาะไปจนหมดแล้ว แต่ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตที่นอนแหกปากร้องอยู่ด้านใน ยังเรียกความสนใจจากพวกมันได้

“อ๊ากก อ๊ากก กลัวแล้ว กลัวแล้ว เอากูขึ้นไป เอากูขึ้นไป”

"โทษฐานที่นายทำให้ลูกชายฉัน อดฟังนิทานก่อนนอนจากพ่อ...." 

"อ๊าก  อ๊าก กลัวแล้ว ออกไป"

“คุณจีน”

“รอก่อน” ผมยืนมองแขนขาโชกเลือดของคนที่มันคิดร้ายกับครอบครัวผมด้วยความรู้สึกอันว่างเปล่า

แม้เหยื่อมีชีวิตจะถูกขังเอาไว้ในกรง แต่สัตว์เลื้อยคลานทั้งสี่ ที่มีสัญชาตญาณของนักล่าไม่ยอมปล่อยเหยื่อไปง่ายๆ กรงเหล็กถูกฉีกกระชากทั้งมือตีนท่อนหางฟาดสะบัดใส่กรงดังโครมๆ กรงแข็งกลิ้งไป กลิ้งมาตามแรงอันมหาศาล บางครั้ง บางคราแขนขาของเฮมิซเผลอไปสะกิดติดคมเขี้ยวเกิดเป็นรอยแผลเหวอะหวะเลือดแดงไหลโชกลงไปกองนองจนเต็มพื้น ยิ่งทำให้พวกมันคลุ้มคลั่ง เสียงขู่คำรามกรรโชกของสัตว์เลี้ยงเลือดเย็นดังก้องไปทั่วห้องดูแล

“อ๊ากกกกก” เสียงร้องสุดท้ายอันแหบแห้งตัดฉับเงียบเสียงหายไป ตามมาด้วยจระเข้ตัวใหญ่ทำท่าเหมือนต้องการจะลากกรงเหล็กลงไปใต้บ่อ

"คุณจีนครับ"

“เอามันขึ้นมา”

"ครับ"

แขนยาวของคานเหล็กมีระบบไฮดรอลิค ถูกบังคับให้หย่อนสายสลิงพร้อมตะขอ ลงไปช่วยเกี่ยวกรงเหล็กบิดเบี้ยวนั้นขึ้นมา ทิ้งลอยอยู่ด้านบน จระเข้ยักษ์ขู่ฮึ่มๆ แหงนคอมองอาหารรสชาติโอชะทำท่าเหมือนจะกระโดดขึ้นมาลากลงไปให้ได้

“ฮือออออ” เสียงร้องไห้ครวญครางดังออกมาจากคนที่นั่งขดตัวสั่นอยู่ภายในกรง

“อย่าให้ฉัน...เห็นเงาหัวนายที่นี่อีกเฮมิซ ไม่อย่างนั้นครั้งถัดไป...ฉันจะหย่อนนายลงไป....โดยปราศจากกรงป้องกัน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป